โชซอน 101
บทที่ 04 / 6ยุคปลายอ่านประมาณ 8 นาที

เลดี้ฮเยกยอง มารดาผู้เขียนประวัติศาสตร์

ผู้หญิงที่เห็นสามีถูกขังในหีบข้าวจนตาย และเลือกที่จะเขียนมันลงไว้ — บันทึกฮันจุงนกคือหนึ่งในงานเขียนที่ทรงพลังที่สุดของโชซอน

4/6

มีงานเขียนชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์โชซอนที่นักประวัติศาสตร์ยกให้เป็นหลักฐานชั้นหนึ่ง — ไม่ใช่พงศาวดาร ไม่ใช่บันทึกราชการ แต่เป็นบันทึกความทรงจำของผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นพยานเห็นประวัติศาสตร์

ชีวิตก่อนโศกนาฏกรรม

เลดี้ฮเยกยอง (혜경궁 홍씨, ค.ศ. 1735–1815) หรือพระนางฮงซีในสายตระกูลฮง เข้าพระราชวังตอนอายุ 10 ขวบในฐานะคู่หมั้นของมกุฎราชกุมารซาโด (사도세자) พระราชโอรสของพระเจ้ายองโจ

ชีวิตในช่วงแรกของเธอในพระราชวังดูเหมือนจะราบรื่น มกุฎราชกุมารซาโดฉลาดและมีพรสวรรค์ตอนเด็ก และเธอก็ให้กำเนิดพระราชโอรสผู้สืบราชบัลลังก์ (ต่อมาคือพระเจ้าจองโจ)

พระเจ้ายองโจ
รัชกาลที่ 21 · ยุคปลาย
พระเจ้ายองโจ
영조 · ค.ศ. 17241776
พระเจ้ายองโจครองราชย์ 52 ปี นานที่สุดในประวัติศาสตร์โชซอน แต่รัชกาลของเขามีเงาดำจากการสั่งประหารพระราชโอรสด้วยพระหัตถ์ตนเอง
อ่านโปรไฟล์ →

โศกนาฏกรรมปี 1762

ค.ศ. 1762มกุฎราชกุมารซาโดถูกขังในหีบข้าว

พระเจ้ายองโจทรงตัดสินพระทัยว่ามกุฎราชกุมารซาโดไม่เหมาะสมจะสืบราชบัลลังก์ ด้วยสภาพจิตใจที่เสื่อมโทรมอย่างหนักในช่วงปลาย ยองโจสั่งให้ขังซาโดไว้ในหีบข้าวสาร เลดี้ฮเยกยองยืนมองอยู่ขณะสามีของเธอค่อยๆ สิ้นลมหายใจหลัง 8 วัน เธออายุ 27 ปีในขณะนั้น

เหตุการณ์นี้กลายเป็นรอยแผลลึกที่สุดในชีวิตเธอ และเป็นหัวใจของงานเขียนที่เธอจะสร้างขึ้นในภายหลัง

ชีวิตที่ต้องประคับประคองระหว่างสองฝ่าย

หลังการสวรรคตของมกุฎราชกุมาร เลดี้ฮเยกยองอยู่ในสถานะที่ลำบาก เธอเป็นแม่ของรัชทายาท (จองโจ) ในขณะเดียวกันก็เป็นภรรยาม่ายของชายที่พระราชาทรงสั่งให้ตาย

เมื่อพระเจ้าจองโจขึ้นครองราชย์ในปี 1776 เธอได้รับตำแหน่ง "เจ้าหญิงฮเยกยอง" (혜경궁) และอยู่ในพระราชวังต่อไป แต่ตำแหน่งของเธอไม่เคยมั่นคงอย่างแท้จริง เพราะตระกูลต่างๆ ยังคงแย่งกันกำหนดว่าประวัติศาสตร์ของมกุฎราชกุมารซาโดควรถูกมองอย่างไร

한중록 — บันทึกแห่งความเศร้าโศก

ค.ศ. 1795–1805เขียน 한중록 ในวัย 60–70 ปี

เลดี้ฮเยกยองเขียนบันทึกความทรงจำ ฮันจุงนก (한중록) หรือ "บันทึกจากความเงียบและความเศร้า" เป็นงานเขียน 4 ส่วน ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา บันทึกนี้เขียนเป็นภาษาเกาหลี (ไม่ใช่ฮันจา) โดยตรง ทำให้อ่านได้กว้างขึ้น

ฮันจุงนกไม่ใช่แค่บันทึกประวัติชีวิต แต่เป็นการพยายามบันทึกความจริงที่เธอเห็นต่อหน้าตัวเอง — รวมถึงพยายามปกป้องตระกูลฮงของเธอจากข้อกล่าวหาว่ามีส่วนในการฆ่ามกุฎราชกุมาร

งานชิ้นนี้เป็นที่ถกเถียงในหมู่นักประวัติศาสตร์มาถึงปัจจุบัน บางคนมองว่าเป็นพยานบุคคลที่เชื่อถือได้ บางคนชี้ว่ามีแรงจูงใจทางการเมืองในการเขียน แต่ทุกคนเห็นตรงกันว่ามันคือหนึ่งในงานเขียนที่ทรงพลังที่สุดของโชซอน

พระเจ้าจองโจ
รัชกาลที่ 22 · ยุคปลาย
พระเจ้าจองโจ
정조 · ค.ศ. 17761800
พระเจ้าจองโจ ลูกชายของเลดี้ฮเยกยอง ใช้ชีวิตทั้งหมดในเงาโศกนาฏกรรมของพ่อ และพยายามฟื้นฟูเกียรติของมกุฎราชกุมารซาโดตลอดรัชกาล
อ่านโปรไฟล์ →

มรดกที่ยืนยาว

เลดี้ฮเยกยองมีชีวิตยาวนานถึง 81 ปี ผ่านรัชกาลของสามี พ่อผัว ลูกชาย และหลานชาย เธอเห็นโชซอนในศตวรรษที่ 18 ผ่านสายตาของคนในที่ยืนอยู่ใจกลางอำนาจ แต่ไม่มีวันควบคุมมันได้

ฮันจุงนกยังคงอ่านกันจนถึงปัจจุบัน ทั้งในฐานะหลักฐานประวัติศาสตร์และวรรณกรรมชั้นเยี่ยม มันพิสูจน์ว่าแม้ในสังคมที่ไม่ให้พื้นที่ผู้หญิง เสียงของผู้หญิงก็หาทางออกมาได้


เลดี้ฮเยกยองไม่ได้เลือกสถานการณ์ที่เธอเกิดมา แต่เธอเลือกที่จะเขียนมันลงไว้ — และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจโชซอนมากขึ้นจนถึงทุกวันนี้

← กลับไปรายการบทเรียน
← บทก่อนหน้า
บทที่ 3: จางฮุยบิน สนมที่ถูกตีตรา
บทถัดไป →
บทที่ 5: ชินซาอิมดัง ศิลปินบนธนบัตร