กษัตริย์นักปราชญ์
โอรสผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมที่ขึ้นครองราชย์ สร้างซูวอนฮวาซอง ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมในยุคซิรฮัก
จองโจ (정조, ค.ศ. 1752–1800) ขึ้นครองราชย์ในวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1776 ตอนอายุ 24 ปี ประโยคแรกที่เขาพูดต่อหน้าราชสำนักคือ "ข้าคือลูกชายของเจ้าชายซาโด" — เป็นคำประกาศที่ทำให้ขุนนางหลายคนสั่นสะท้าน เพราะพวกเขาเองที่มีส่วนในการทำลายพ่อของเขา
ขึ้นครองบัลลังก์ท่ามกลางศัตรู
การที่จองโจรอดมาได้จนขึ้นครองราชย์ไม่ใช่เรื่องง่าย ตลอดวัยเด็กหลังจากพ่อตาย เขาถูกล้อมรอบด้วยขุนนางที่กลัวว่าเขาจะแก้แค้น มีความพยายามหลายครั้งที่จะใส่ร้ายหรือกำจัดเขาก่อนที่จะขึ้นครองราชย์ ยองโจปู่ต้องปกป้องเขาอย่างเต็มที่
เมื่อขึ้นครองราชย์ จองโจไม่ได้ล้างแค้นอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เลือกเส้นทางที่ชาญฉลาดกว่า — ใช้อำนาจกษัตริย์สร้างสถาบันและกลุ่มคนใหม่ที่จงรักภักดีต่อเขาโดยตรง
규장각 หัวใจของรัชกาล
สิ่งแรกที่จองโจทำหลังขึ้นครองราชย์คือก่อตั้ง 규장각 (กยูจางกัก) — ห้องสมุดพระราชวังและสถาบันวิชาการในพระราชวัง เขาเลือกนักวิชาการรุ่นใหม่ที่ฉลาดที่สุดมาทำงานที่นี่ คนเหล่านี้ไม่ได้สังกัดฝักฝ่ายเก่า แต่จงรักภักดีต่อกษัตริย์โดยตรง กยูจางกักกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตนโยบาย การวิจัย และการพิมพ์หนังสือ
จองโจเองเป็นนักอ่านและนักเขียนที่ขยันขันแข็ง เขาเขียนงานทางวิชาการ ตำราทางการแพทย์ และบันทึกส่วนตัวจำนวนมาก บางบันทึกเพิ่งถูกค้นพบและตีพิมพ์ในยุคใหม่
ซิรฮัก: ปฏิบัตินิยมที่เบ่งบาน
ยุคจองโจเป็นยุคที่ 실학 (ซิรฮัก) หรือ "การศึกษาเชิงปฏิบัติ" เฟื่องฟูสูงสุด นักคิดในกระแสนี้เชื่อว่าการศึกษาต้องนำไปสู่การปรับปรุงชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ท่องจำคัมภีร์ขงจื๊อ
นักคิดสำคัญในยุคนี้ได้แก่:
박지원 (ปัก จีวอน, Pak Jiwon) นักเขียนและนักเดินทางที่บันทึกความประทับใจจากจีนในงาน 열하일기 (ยอลฮาอิลกี / บันทึกการเดินทางสู่เยห์) และใช้งานเสียดสีล้อเลียนสังคมชนชั้นสูงโชซอน
정약용 (จอง ยักยง) หรือที่รู้จักในนาม "ดาซาน" (다산) เป็นอัจฉริยะหลายด้าน เขียนตำรากฎหมาย การปกครอง การแพทย์ วิศวกรรม และปรัชญาจำนวนมหาศาล เขาเป็นคนออกแบบรอกที่ใช้สร้างซูวอนฮวาซอง
ซูวอนฮวาซอง มรดกที่จับต้องได้
จองโจสั่งสร้างเมืองป้อมปราการใหม่ที่ซูวอน (수원) ห่างจากฮันยางลงใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร ออกแบบโดยนักวิชาการซิรฮัก รวมถึงจอง ยักยง ป้อมปราการนี้ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งตะวันออกและตะวันตก มีระบบชลประทาน ตลาด ที่พักทหาร และหอสังเกตการณ์ สร้างเสร็จใน 2 ปีครึ่ง ด้วยนวัตกรรมเช่นรอกลิฟต์ที่ทำให้ยกหินได้โดยใช้แรงงานน้อยลง ปัจจุบันเป็นมรดกโลก UNESCO
ฮวาซองเป็นมากกว่าป้อมปราการ มันเป็นสัญลักษณ์ว่าจองโจต้องการสร้างศูนย์กลางใหม่ของอำนาจที่อยู่ใกล้สุสานของซาโดผู้พ่อ (ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ซูวอน) บางคนวิเคราะห์ว่าเขาต้องการย้ายเมืองหลวงไปซูวอนในอนาคต แต่แผนนั้นไม่เคยเกิดขึ้น
นโยบายสังคมและการเมือง
จองโจขยาย 탕평책 ของปู่ไปอีกขั้น เขาเปิดโอกาสให้ลูกหลานสนม (서얼/ซออล) ซึ่งตามธรรมเนียมถูกห้ามรับราชการ สามารถทำงานในกยูจางกักและสอบราชการในตำแหน่งบางประเภท เขาพยายามลดช่องว่างระหว่างชนชั้น แต่ก็ไม่กล้าเปลี่ยนแปลงระบบชินบุนเจอย่างรุนแรงเกินไป
เขายังออกนโยบายเพื่อควบคุมราคาสินค้า ปฏิรูปตลาด และลดการผูกขาดทางการค้าของพ่อค้าที่มีอำนาจ
ความตายที่น่าสงสัย
จองโจสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1800 ท่ามกลางแผนปฏิรูปหลายอย่างที่ยังค้างอยู่ สาเหตุอย่างเป็นทางการคือโรคฝีหนอง แต่จดหมายลับที่ถูกค้นพบในช่วงทศวรรษ 1990 บ่งชี้ว่าอาจมีการวางยาพิษ คู่แข่งทางการเมืองหลายคนได้ประโยชน์จากการที่เขาสิ้นพระชนม์ก่อนวัยอันควร ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่มีคำตอบแน่ชัด
จองโจคือสิ่งที่โชซอนมีความหวังจะเป็น — กษัตริย์นักปราชญ์ที่สร้างสมดุลระหว่างอุดมการณ์กับความเป็นจริง หลังจากเขาจากไป โชซอนจะเข้าสู่ยุคที่มืดหม่นและวุ่นวายกว่าเดิม บทต่อไปคือวาระสุดท้าย
